หน้าหลัก | ติดต่อเรา English  

  สาระน่ารู้ เรื่อง "โรคเบาหวาน"

  เบาหวานเกิดจากอะไร
โรคเบาหวานเกิดจากภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลเพื่อใช้เป็นพลังงานต่อไป
ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนอินซูลิน หมายถึง ตับอ่อนสร้างอินซูลินน้อยไม่พอกับความต้องการ หรือสร้างไม่น้อยแต่อินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ต่อผนังเซลได้เต็มที่ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน จึงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติตามมาในที่สุด


เบาหวานมีกี่ชนิด
เบาหวานแบ่งอย่างง่ายได้เป็น 2 ชนิด คือ
เบาหวานชนิดที่ 1 หรือเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลินเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างสิ้นเชิงมักเกิดขึ้นในเด็กหรือผู้ใหญ่อายุน้อยกว่า 20 ปี รูปร่างผอมอาการของโรคเกิดขึ้นเร็ว พอประมาณ 10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด
เบาหวานชนิดที่ 2 หรือเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน เกิดจากภาวะที่อินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ต่อผนังเซลได้ดี หรือภาวะดื้ออินซูลิน มักเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ (ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 30 ปี ) รูปร่างอ้วน มักมีประวัติเบาหวานในครอบครัว พบประมาณ 90 % ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด


คนไทยเป็นเบาหวานมากน้อยแค่ไหน
พบประมาณ 4-7 % ในช่วงอายุ 30-60 ปี และสะสมมากขึ้นเป็น 10-15 % ในกลุ่มอายุเกิน 60 ปี
เบาหวานเป็นโรคทางพันธุกรรม ถ้ามีพ่อแม่เป็นเบาหวานมีโอกาสที่ลูกหลานจะเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นนอกจากนี้สิ่งแวดล้อม วิถีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย มีส่วนสำคัญต่อการเกิดเบาหวานอีกด้วย


ใครบ้างที่ควรตรวจหาเบาหวาน
ชายและหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป
ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี และมีภาวะอ้วน (ดัชนีมวลกาย (body mass index) >25 kg/m )

ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้
มีพ่อ แม่ พี่ หรือน้องเป็นเบาหวาน
ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิต > 140/90 มม. ปรอท )
ผู้ที่มีไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง ( > 250 mg/dl) หรือ ไขมันเอช-ดี-แอลต่ำ(< 35 mg/dl)
เคยตรวจพบว่าเป็นเบาหวาน (แอบ) แฝง
เคยคลอดลูกน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม
มีประวัติ มีความบกพร่องของการทำงานของรังไข่ชนิด polycystic ovary syndrome (pcos)


ภาวะเบาหวาน (แอบ) แฝง คืออะไร

คือภาวะที่ร่างกายตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดขณะที่อดอาหารอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ ไม่เกิน 110 มก/ดล แต่เมื่อกลับมาตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งพบค่าระดับน้ำตาลสูงเกินปกติ คือ มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก/ดลซึ่งในคนปกติการตรวจวัดค่าระดับน้ำตาลทุกครั้งจะอยู่ในช่วง 60-110 มก/ดล เท่านั้น พบว่าการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเพียงครั้งเดียวก่อนอาหารแม้จะพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังอาจมีโอกาสเป็นเบาหวานแฝงได้สูงถึง 30% เลยทีเดียว
การทดสอบเพื่อพิสูจน์ภาวะนี้ โดยการวัดความทนทานของระดับน้ำตาลในเลือดตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกที่ใช้ปัจจุบัน โดยให้งดอาหาร 8 ชม. ตรวจระดับน้ำตาลก่อนอาหารถ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติคือ <110 มล/ดล ถือว่าเป็นเบาหวาน (แอบ) แฝง


อาการเบาหวานที่พบบ่อยเป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการในระยะแรก คนส่วนใหญ่จึงประมาทใช้ชีวิตประจำวัน แบบปล่อย เนื้อปล่อยตัว ทานอาหารตามใจปาก และมักพบได้โดยการตรวจเช็คน้ำตาลในเลือด
ถ้าน้ำตาลสูงมากๆจะมีอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย จากการศึกษาพบว่าร่างกายจะแสดงอาการเหล่านี้ เมื่อผู้ป่วยมักมีภาวะเบาหวานมาแล้วมากกว่า 7 ปี แต่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเพราะไม่เคยเช็คเลือด


โรคแทรกซ้อนของเบาหวานที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
มีคำถามจากผู้ป่วยเบาหวานว่าทำไมต้องคุมน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ทั้งที่ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่มีอาการอะไรมากมาย คำตอบคือเพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อนของเบาหวานใน 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งถ้าเกิดโรคแทรกซ้อนแล้วจะไม่สามารถแก้ไขภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้เลย
ทางตา อาจเป็นต้อกระจกก่อนวัย ประสาทตาหรือจอตาเสื่อม และอาจทำให้ตาบอดในที่สุด
ทางไต มักเกิดภาวะไตวาย มีอาการบวม ซีด ความดันโลหิตสูง
ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหลอดเลือดแดงที่เท้าแข็งตัว ทำให้เท้าเย็น เป็นตะคริว ปวดขณะเดินมากๆ หรือเป็นแผลหายยาก
ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจจะเป็นปลายประสาทอักเสบ มีอาการชา หรือปวดแสบร้อนตามปลายมือปลายเท้า
ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคติดเชื้อง่าย เช่น วัณโรคปอด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ
ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา เป็นต้น


สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยเบาหวาน

โรคหัวใจ 40 % โรคหลอดเลือดสมอง 25% น้ำตาลสูงหรือต่ำมาก 13% โรคติดเชื้อ 13% ไตวาย 4% อื่นๆ 5%


มาตรการรักษาเบาหวาน

เริ่มต้นผู้ป่วยเบาหวานทุกคน ก่อนได้รับการรักษาด้วยยา ต้องควบคุมเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนัก ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจในการรักษาภาวะเบาหวาน
ยารักษาเบาหวาน มี 2 พวกใหญ่ๆ คือ ยาเม็ดเบาหวานและยาฉีดอินซูลิน ซึ่งการรักษาทางยาควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น






--------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิงจาก : Thai News Vol.26




   วันที่ประกาศ : 12 ก.ย. 2552

สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยลักษณ์ ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช 80160
โทร. +66-0 7567 2104-5, +66-0 7567 2113 แฟกซ์ +66-07 567 2106